(耐藥性和社區型耐藥性金黃葡萄球菌感染 - 泰文版)
การติดเชื้อสแตฟฟิลโลคอคคัส ออเรียส จากการดื้อยาเมธิซิลิน (MRSA) และการติดเชื้อที่เกี่ยวข้องของ MRSA ในชุมชน
สาเหตุที่ก่อให้เกิดโรค
เชื้อสแตฟฟิลโลคอคคัส ออเรียส (S. aureus) เป็นแบคทีเรียที่มีอยู่ทั่วไปบนผิวหนัง หรือในโพรงจมูกของคนที่มีสุขภาพดี คนที่มีสุขภาพดีเหล่านี้เป็นพาหะแบคทีเรียโดยไม่แสดงลักษณะ หรืออาการของการติดเชื้อ อย่างไรก็ตามบางครั้งแบคทีเรียอาจเป็นสาเหตุทำให้เกิดโรคต่าง ๆ เช่น การติดเชื้อที่ผิวหนัง บาดแผล ระบบปัสสาวะ ปอด กระแสเลือด และอาหารเป็นพิษได้
การติดเชื้อ S. aureus infectionsส่วนมากสามารถรักษได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยยาปฏิชีวนะ อย่างไรก็ตามเชื้อS. aureusจากการดื้อยาเมธิซิลิน (MRSA) เป็นสายพันธุ์เชื้อS. aureus ที่สามารถทนต่อยาปฏิชีวนะ รวมถึงยาเมธิซิลิน และยาปฏิชีวนะอื่น ๆ ที่ใช้กันทั่วไป เช่น ออกซาซิลลิน เพนิซิลลิน อะม็อกซิซิลลิน และ เซฟาลอสปอรินส์ การใช้ยาปฏิชีวนะที่ไม่เหมาะสมเป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดการดื้อยาปฏชีวนะซึ่งเป็นที่รู้กันอย่างกว้างขวาง
การติดเชื้อ MRSA ส่วนมากเกิดขึ้นในคนที่ได้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล อาศัยอยู่ภายในบ้านพักดูแลผู้ป่วย หรือได้รับการรักษาในศูนย์อนามัยที่มีการจัดให้เป็นศูนย์ล้างไต
การติดเชื้อที่เกี่ยวข้องของ MRSA ในชุมชน (CA-MRSA)' คืออะไร
บางครั้งการติดเชื้อ MRSA อาจเกิดได้จากคนในชุมชนที่ไม่ได้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล ไม่ได้อาศัยอยู่ในบ้านพักดูแลผู้ป่วย หรือได้รับการรักษาทางด้านการแพทย์ภายในหนึ่งปีก่อนที่เริ่มจะแสดงอาการ สิ่งเหล่านี้เรียกว่า การติดเชื้อที่เกี่ยวข้องของ MRSA (CA-MRSA) ในชุมชน
ลักษณะอาการของโรค
เชื้อ MRSA มักเป็นสาเหตุของการติดเชื้อที่ผิวหนัง และที่เนื้อเยื่ออ่อน เช่น สิว หนอง ฝี หรือบาดแผลติดเชื้อ บริเวณที่ติดเชื้ออาจเป็นสีแดง บวม และมีอาการเจ็บปวด หรือมันอาจผลิตหนอง บางครั้งมีอาการรุนแรงมาก เช่น ติดเชื้อในกระแสเลือด ติดเชื้อในปอด หรืออาจเกิดโรคแบคทีเรียกินเนื้อ หรือโรคเนื้อเน่า
วิธีการแพร่กระจาย
การแพร่กระจายการติดเชื้อ MRSA หลัก คือ การสัมผัสโดยตรงกับบาดแผล น้ำเหลือง และพื้นที่สกปรก ปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ ได้แก่ การสัมผัสอย่างใกล้ชิด การแบ่งตัวของผิวหนังอันเนื่องมาจากบาดแผล หรือท่อสวนปัสสาวะ การไม่รักษาสุขอนามัยส่วนตัวให้ดี และการอาศัยอยู่ในสภาพแวดล้อมที่แออัด
การจัดการ
บุคคลที่ติดเชื้อบริเวณบาดแผลควรขอคำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญด้านสุขอนามัยโดยเร็วเพื่อให้การติดเชื้อได้รับการวินิจฉัยอย่างเหมาะสม และรักษาอย่างมีประสิทธิภาพ หากมีอาการของหนอง หรือฝี อาจนำเป็นต้องผ่าตัด และระบายออกในระหว่างนี้อาจมีการสั่งจ่ายยาปฏิชีวนะ
การป้องกัน
รักษาสุขอนามัยส่วนบุคคลที่ดี
- ล้างมือให้สะอาดเป็นประจำ โดยเฉพาะก่อนการสัมผัสปาก จมูก หรือตา หลังจากการสัมผัสสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่ในห้องน้ำสาธารณะ เช่น ราวจับ หรือกลอนประตู หรือเมื่อมือเปื้อนสารคัดหลั่งจากทางเดินหายใจหลังจากการไอ หรือการจาม
- ล้างมือด้วยสบู่เหลว แล้วขัดถูมือเป็นเวลา 20 วินาที จากนั้นล้างออกด้วยน้ำ แล้วทำให้แห้งด้วยกระดาษใช้แล้วทิ้ง หรือเครื่องเป่ามือ หากไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกในการล้างมือ หรือเมื่อมือเปื้อนโดยที่ไม่สามารถมองเห็นได้ เจลล้างมือที่มีส่วนผสมแอลกอฮอล์ 70 ถึง 80% เนื่องจากเป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพ
- สวมใส่ถุงมือเมื่อต้องจัดการกับสิ่งสกปรก และล้างมือให้สะอาดทั่วถึงหลังจากนั้น
- หลีกเลี่ยงการใช้สิ่งของร่วมกัน เช่น ผ้าขนหนู เสื้อผ้า หรือชุดเครื่องแบบยูนิฟอร์ม มีดโกน หรือกรรไกรตัดเล็บ
การจัดการกับบาดแผลที่เหมาะสม
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสบาดแผล หรือสิ่งของที่เปื้อนสารคัดหลั่งโดยตรง
- ทำความสะอาดแผลทันที แล้วปิดคลุมด้วยวัสดุปิดแผลอย่างถูกวิธีจนกว่าจะหายดี
- ล้างมือให้สะอาดก่อน และหลังการสัมผัสบาดแผล
- ปรึกษาแพทย์ทันทีหากอาการของการติดเชื้อเพิ่มมากขึ้น
- หลีกเลี่ยงกีฬาที่มีการสัมผัส หรือเข้าห้องอาบน้ำสาธารณะ หากคุณมีบาดแผลเปิด
ใช้ยาปฏิชีวนะอย่างปลอดภัย
- ห้ามขอยาปฏิชีวนะจากแพทย์ของคุณ
- ปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์เมื่อใช้ยาปฏิชีวนะ
- ห้ามหยุดรับประทานยาปฏิชีวนะเองแม้ว่าอาการของคุณดีขึ้น
- ห้ามรับประทานยาปฏิชีวนะที่เหลือ
- ห้ามแบ่งปันยาปฏิชีวนะของคุณกับผู้อื่น
- เพิ่มสุขอนามัยส่วนบุคคลในขณะที่คุณกำลังใช้ยาปฏิชีวนะเพื่อปกป้องตัวคุณเอง และเพื่อป้องกันการแพร่กระจายของแบคทีเรีย:
- ฝึกสุขอนามัยในด้านการล้างมือเป็นประจำ
- รับประทานอาหารที่ปรุงสุกทั่วถึง และดื่มเฉพาะน้ำต้มสุกเท่านั้น
- ฆ่าเชื้อ และปิดคลุมบาดแผลทั้งหมด
- สวมใส่หน้ากากอนามัยหากคุณมีอาการเกี่ยวกับทางเดินหายใจ เช่น ไอ จาม น้ำมูกไหล และเจ็บคอ
- เด็กเล็กที่มีอาการของการติดเชื้อควรสัมผัสกับเด็กคนอื่น ๆ ให้น้อยที่สุด
รักษาสุขอนามัยสิ่งแวดล้อมที่ดี
- รักษาสิ่งแวดล้อมให้สะอาด ฆ่าเชื้อสิ่งของที่นำกลับมาใช้ใหม่ในสถานที่สาธารณะ เช่น ศูนย์กีฬา และห้องอาบน้ำสาธารณะเป็นประจำ
- เชื้อ MRSA สามารถแพร่กระจายภายในสมาชิกครอบครัวได้ผ่านทางสิ่งของสำหรับใช้ภายในครัวเรือนที่ปนเปื้อน สิ่งสำคัญ คือ การหมั่นทำความสะอาดบ้านให้สะอาด และปราศจากฝุ่นละอองอยู่เสมอ พื้นผิวที่ได้รับการสัมผัสบ่อยครั้ง (เช่น ฝารองชักโครก ห้องอาบน้ำ) ควรทำความสะอาดของเล่นของเด็ก และควรซักผ้าปูที่นอนให้สะอาด และทำการฆ่าเชื้อ (ด้วยสารฟอกขาวที่ใช้ภายในบ้านชนิดเจือจาง) เป็นประจำ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้งานสารฟอกขาว โปรดเข้าชมที่หน้าเว็บไซต์ดังนี้: http://www.chp.gov.hk/files/pdf/the_use_of_bleach.pdf
เว็บไซต์ของศูนย์ควบคุมโรค: www.chp.gov.hk
สายด่วนให้ความรู้ 24 ชั่วโมง ของกรมอนามัย: 2833 0111
แก้ไขเมื่อ เดือน มิถุนายน 2019